untitled

posted on 26 Oct 2008 15:54 by wawasisu

         ในตำนานการสร้างโลก หรือเยเนซิส การประพฤติตนเป็นเกย์เป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้พระเจ้าลงโทษมนุษย์อย่างรุนแรงถึงขนาดล้างบ้านล้างเมือง ดังจะเห็นได้จากพระคัมภีร์ซึ่งได้กล่าวถึงการที่พระผู้เป็นเจ้าทรงบันดาลให้ไฟบรรลัยกัลป์เผาผลาญแผ่นดิน ชาวเมือง และบรรดาสิ่งที่งอกขึ้นมาจากแผ่นดินให้พินาศย่อยยับเสียทั้งหมด ว่าเป็นเพราะชาวเมืองนั้นนิยมประพฤติตนเป็นเกย์ คือสมสู่กันในระหว่างคนเพศเดียวกันทั้งเมือง เมืองที่ว่านี้คือเมืองซะโดม และอะโมรา ซึ่งตามตำนานเล่าว่า พระผู้เป็นเจ้าได้ส่งทูตสวรรค์สององค์ไปตรวจดูความประพฤติของคนเมืองนี้ เมื่อทูตสวรรค์ไปถึงและได้พำนักอยู่ในบ้านของโลต (หลานของอับราฮามซึ่งเป็นสาวกคนสำคัญของพระยะโฮวา)

         ปรากฏว่าคืนนั้นเองชาวเมืองซะโดมผู้นิยมร่วมเพศกับคนเพศเดียวกันทั้งคนหนุ่มคนแก่พากันยกขบวนมาล้อมบ้านของโลต และเรียกให้โลตมอบทูตสวรรค์ทั้งสององค์ให้แก่พวกตน เพื่อพวกตนจะได้สมสู่กับทูตทั้งสองนั้นตามประเพณีที่ยึดถือกันมานานแล้วว่า ชาวเมืองซะโดมมีสิทธิ์สมสู่กับคนเดินทางที่พำนักในเมืองตน แม้ว่าโลตผู้เป็นเจ้าของบ้านจะออกไปเจรจาทัดทาน ขอให้ปล่อยและละเว้นทูตสวรรค์ทั้งสองโดยจะยอมส่งตัวลูกสาวสองคนของตนให้คนเหล่านั้นแทน ชาวเมืองซะโดมก็ไม่ยอมและพยายามจะจับตัวโลตไปทำปู้ยี้ปู้ยำเสียด้วย ทำเอาทูตสวรรค์ต้องยื่นมือเข้าช่วย บันดาลให้โลตหนีรอดมาได้แล้วสั่งให้โลตพาลูกเมียหนีออกไปจากเมืองนั้นเสียก่อนที่พระผู้เป็นเจ้าจะทำลายเมืองเสีย

         ก่อนหน้าที่พระผู้เป็นเจ้าจะทำลายเมือง ซะโดมและอะโมราเพราะเหตุที่ชาวเมืองนิยมสมสู่กับคนเพศเดียวกันนั้น อับราฮามเคยทูลทัดทานและขอชีวิตชาวเมืองไว้โดยขอให้พระผู้เป็นเจ้าเห็นแก่คนที่บริสุทธิ์ไม่ได้ประพฤติเช่นนั้นเหมือนคนอื่น ๆ ด้วย ซึ่งพระยะโฮวาก็ทางให้สัญญาว่า ถ้าหากมีคนชอบธรรมที่ไม่ประพฤติตนเป็นคนลามกในสายตาของพระองค์เพียงสิบคน พระองค์ก็จะทรงเห็นแก่คนบริสุทธิ์สิบคนนั้น และจะไม่ทำลายเมืองนั้น แต่ในที่สุด ปรากฏว่าพระผู้เป็นเจ้าทรงบันดาลให้ไฟบรรลัยกัลป์เผาผลาญเมืองนั้นจนไม่เหลือซาก ก็เป็นเครื่องแสดงว่าคนเมืองนั้นเป็นคนลามากในสายตาของพระองค์ ชาวเมืองที่เป็นคนลามกนั้นมีมากเสียจนเรียกได้ว่าหมดทั้งเมือง เรียกได้ว่าเป็นเมืองเกย์ คือมีที่ไม่เป็นเกย์นับได้ถึงสิบนั่นเอง

         โดยที่การสมสู่กับคนเพศเดียวกันเป็นสิ่งที่พระผู้เป็นเจ้าถือว่าเป็นสิ่งลามกอย่างยิ่ง พระองค์ได้ระวางโทษผู้ที่ประพฤติเช่นนั้น ไว้อย่างรุนแรง คือมีโทษถึงตาย พระองค์ได้ทรงตรัสสั่งให้โมเสสประกาศแก่คนทั้งหลายว่า การประพฤติเช่นนั้นทำให้แผ่นดินเป็นมลทิน และจะเป็นเหตุให้แผ่นดินนั้นต้องโทษ และทำให้เกิดธรณีสูบ แผ่นดินไหวได้

         ตามความเชื่อของชาวคริสต์ ชาวคริสต์จะมีชัยชนะในการสงครามได้เพราะพระผู้เป็นเจ้าเสด็จไปกับพวกเขาและช่วยให้ได้รับชัยชนะ ดังนั้นไพร่พลในกองทัพจะกระทำการใด ๆ ให้เป็นที่ขัดเคืองแก่พระผู้เป็นเจ้าไม่ได้ หากผู้ใดกระทำก็อาจเป็นเหตุทำให้พระผู้เป็นเจ้าเสด็จไปเสียจากพวกเขา และทำให้ต้องพ่ายแพ้แก่ศัตรู ดังนั้นใครก็ตามที่สมสู่กับคนเพศเดียวกันต้องมีโทษถึงตาย และถ้าเกิดมีใครถูกกระทำเช่นนั้นโดยมิได้ยินยอมพร้อมใจแม้ไม่ต้องถูกลงโทษถึงตาย แต่ก็ถูกถือว่าเป็นคนมีราคี หรือเป็นตัวซวยของกองทัพต้องออกจากค่ายนั้นไปทำพิธีล้างราคีนั้นออกเสียก่อน จึงจะกลับเข้ามาอยู่ร่วมกับผู้อื่นในกองทัพได้ต่อไป

         จะเห็นได้ว่าจารึกในพระคริสตธรรมคัมภีร์ อันเป็นคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่เหนือจิตใจและความเชื่อของชาวคริสต์มาเป็นเวลานับพันปีนั้น ถือว่าการสมสู่กับคนเพศเดียวกันนั้น ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวที่ใครทำใครรับผิด

         ครั้นจักรวรรติโรมันได้รับเอาคริสตศาสนามาเป็นศาสนาประจำจักวรรดิแล้ว การสมสู่กับคนเพศเดียวกันจึงืถอเป้นความผิดอาญาที่ร้ายแรงถึงขนาดผู้กระทำต้องถูกลงโทษด้วยการถูกเผาไฟทั้งเป็น จักรพรรดิจัสติเนียนผู้มีพระบรมราชโองการให้จัดทำประมวลกฎหมายของจักรวรรดิโรมันขึ้นในราวคริสตศตวรรษที่ 6 ได้ทรงอธิบายถึงโทษแห่งความผิดฐานนี้ไว้อย่างละเอียดว่า โดยที่ชนบางเหล่า ผู้ถูกยุยงด้วยบาปกิเลส ได้ทอดตนลงสู่รามวิสัย ทั้งได้บังอาจกระทำอาชญากรรมต่อธรรมชาติ เราจึงจะบังคับชนเหล่านั้นให้มีความเกรงกลัวในองค์พระผู้เป็นเจ้าและคำพิพากษาของพระองค์ในอนาคต ให้ละเสียจากทรามวิสัยอันชั่วจัญไรและอัปมงคลเหล่านั้นเสีย มิให้กรรมอันชนเหล่านั้นได้ล่วงสู่บาปชักนำพระอาญาแห่งพระผู้เป็นเจ้าอันทรงเดชา หรือเป็นทางสู่เหตุวิบัติฉิบหายแก่พระนครและชาวอาณาประชาราษฎร์อาชญากรรมต่อธรรมชาติเช่นนั้นจักต้องรับผิดต่อ อัคคีภัย แผ่นดินไหว ธรณีสูบ โรคห่า ไข้พิษเพื่อขจัดรังควาญแห่งบาป เช่นนั้น และเพื่อรักษามนุษย์ไว้มิให้สูญเสียวิญญาณแห่งตน ดังนั้นเราต้องการให้ชนเหล่านี้ละเสียจากการทอดตนลงสู่การอันไร้ศรัทธาแห่งพระธรรมเช่นนั้นเสีย…”

         และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ภายใต้อิทธิพลของคริสตศาสนา และกฎหมายโรมันอันเป็นสิ่งที่ทรงอิทธิพลเหนือความสำนึกทางศีลธรรม กฎหมาย และระบอบการเมืองการปกครองของยุโรปติดต่อกันมาเกือบสองพันปี ชาวยุโรปและชาติที่นับถือศาสนาคริสต์ต่างมีบทบัญญัติลงโทษการสมสู่กับคนเพศเดียวกันอย่างรุนแรงถึงชีวิต เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน และแม้อังกฤษ และบางมลรัฐในสหรัฐอเมริกาจะไม่ถือว่าการสมสู่กับคน

ความหมายของเกย์

posted on 26 Oct 2008 15:16 by wawasisu

         เกย์ คือ ผู้ชายที่ที่ชอบผู้ชายด้วยกัน จิตใจพอใจในความเป็นชายของตัวเองทุกอย่างพอใจที่จะหล่อแบบผู้ชาย มีกล้าม หน้าอกหน้าท้อง พอใจในจู๋น้อยของตัวเอง และมีอารมณ์ทางเพศกับชายที่ชอบชายด้วยกันเท่านั้น ไม่มีจิตใจอยากเป็นหญิงเลยแม้แต่น้อย

 

   เกย์ หมายถึงผู้ชายที่มีพฤติกรรมรักร่วมเพศ มีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายด้วยกัน คนที่เป็นเกย์จะมีการแสดงออกได้หลายระดับ ออกทางหน้าตา แต่บางคนดูยังไงก็ดูไม่ออก ดูมาดแมนดี แต่ที่ไหนได้เป็นพวกชอบไม้ป่าเดียวกันไป แล้ว บรรดาเกย์ทั้งหลายจะ หล่อๆ หุ่นแมนๆ กันทั้งนั้น คนพวกนี้เขาดูแลตัวเองดีมาก แต่งตัวก็มักจะดูดีมากๆ ด้วย หายากที่จะเห็นเกย์โทรมๆ อ้วนตุ๊ต๊ะ เสียชื่อชาวเกย์หมด

         เกย์ มีชื่อเล่นเยอะ เช่น ไม้ป่าเดียวกัน ชาวดอกไม้ ชาวสีม่วง แต่โดยทั่วไปนิยมเรียกว่า เกย์ (Gay) เกย์แบ่งเป็น เกย์คิง กับเกย์ควีน

         เกย์คิง (Gay-king) คือผู้ที่ชอบ "แทงข้างหลัง" หรือเรียกว่า "ผู้เป็นแขก"

         เกย์ควีน (Gay-queen) คือผู้ที่ชอบ "หันหลังให้เขาแทง" หรือเรียกว่าเป็น "แผนกต้อนรับ"

         เกย์ควิง (ผสมระหว่าง king กับ queen) เป็นได้ทั้งแขกและแผนกต้อนรับ ทำหน้าที่ทั้งสองบทบาทในเวลาเดียวกัน อย่างนี้เรียกเป็น

         เกย์อาจไม่ได้เหมือนกันทุกคน เพราะความรักของเกย์นั้นมีหลายระดับค่ะ เช่น

         1. คิดรักชาย ไม่เคยมีสัมพันธ์กับชาย แต่มีเพศสัมพันธ์กับหญิงเท่านั้น

         2. ปกติเพศสัมพันธ์กับหญิง แต่มีเพศสัมพันธ์กับชายเป็นบางครั้งเท่านั้น

         3. ปกติเพศสัมพันธ์กับชาย แต่มีเพศสัมพันธ์กับหญิงเป็นบางครั้งเท่านั้น

         4. รักชาย มีเพศสัมพันธ์กับชายเท่านั้น แต่ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์กับฝ่ายหญิง

         *** ส่วนใหญ่หากเป็นเกย์ก็มักจะเป็นชนิดที่ 1-3

และจะมาบอก

ตำนานเกย์

ให้อ่านกันนะ

จ๊ะ

บะบาย